Loading...
Uploaded by TVOme on Jul 23, 2011
No description available.
Entertainment
Standard YouTube License
ทำไมผม ไม่รุ้ อ.อนันต์ ออกรายการตั้งแต่เมื่อไร แงๆ
TheOverZeNith 1 month ago
กว่าชาวกวางตุ้งและฮกเกี้ยนมาก ก่อนกรุงศรีอยุธยาจะเสียกรุงแก่พม่าในปี พ.ศ. 2310 หรือ ค.ศ. 1767 นั้น มีคนฮกเกี้ยนและกวางตุ้งอยู่ในกรุงศรีอยุธยาประมาณสองถึงสามหมื่นคน ซึ่งในช่วงเวลา 123 ปีนับตั้งแต่ชาวจีนตกอยู่ภายใต้การปกครองของชนกลุ่มน้อยแมนจู มีนักรบใต้ดินที่เป็นสมาชิกใต้ดินแห่ง พรรคฟ้าดิน (ที้นเต่หวุ่ย ในภาษากวางตุ้ง) พรรคมีดเล็ก (สิวโต้วหวุ่ย) พรรคมีดคู่ รวมทั้งนักรบหวิงชุนที่ซ่อนตัวอยู่ในคณะเรืองิ้วแดงแห่งฝอซานได้หลบหนีการจับกุมของทหารชิงมายังแหลมมาลายูและกรุงศรีอยุธยา
thaiwingchun 7 months ago
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ค.ศ. 1685 หรือ 41 ปีหลังราชวงศ์หมิงล่มสลาย บาทหลวงที่มาเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้บันทึกว่าได้ชมงิ้วในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองรื่นเริง ซึ่งงิ้วนี้มาจาก กวางตุ้ง และ Chin Chiu หรือ ฉางโจวแห่งฮกเกี้ยนนั่นเอง ในสมัยนั้นอยุธยามีคนฮกเกี้ยนและกวางตุ้งอยู่มาก ชาวจีนแต้จิ๋วซึ่งเป็นเมืองหนึ่งแห่งกวางตุ้ง ยังอพยพมาน้อย
ภายหลังเจี้ยงหงึง ได้กลายเป็นบรรพบุรุษของงิ้วเรือแดง ส่วนหนังสือของ จางเน่ยโจว กลับไปอยู่ทางภาคเหนือกว่าฮกเกี้ยนและกวางตุ้ง หนังสือจอมยุทธ์บัณฑิตจึงกลายเป็นหนังสือที่อาจารย์ได้นำมาอ้างอิงเพื่อให้ทราบว่า หนังสือเล่มดังกล่าวกลายเป็นต้นแบบสำหรับมวยไทเก็ก ในขณะเดียวกับหนังสือโดยขุนพลทั้งสองได้ทำให้เกิดตำรามาอีกเล่มทางภาคใต้คือ โหมวเป่ยซวี้ (หรือคัมภีร์จอมยุทธ) ซึ่งภายหลังได้มีการคัดลอกจากรุ่นสู่รุ่น กลายเป็นต้นแบบของมวยใต้ รวมถึงมวยโอกินาว่าแห่งญี่ปุ่น
ภายหลังคณะงิ้วของเจี้ยงหงึงจึงได้เดินทางไปเล่นงิ้ว ปลูกจิตสำนึก ต้านชิงกู้หมิงให้ชาวบ้าน เมื่อคณะงิ้วเดินทางโดยเรือสีแดง ดังนั้นผู้คนจึงเรียกคณะงิ้วนี้ว่า คณะงิ้วเรือแดง ชาวงิ้วเรือแดง ได้ร่วมกันทำงานใต้ดิน เมื่อทำงานสำเร็จ หรือ ถูกไล่ล่า พวกเขาก็จะหลบหนีไป ถึงเกาหลี ญี่ปุ่น และกรุงศรีอยุธยาด้วย
ในรัชสมัยของหย่งเจิ้นอีกเช่นกัน จอมยุทธ์ เจี้ยงหงึง (ออกเสียงเป็นภาษากวางตุ้ง) ผู้ซึ่งเก่งในการร้องรำทำเพลงและมวยเส้าหลิน จนได้รับสมญานามว่า ท้านเสาไร้เทียมทาน ได้หนีการจับกุมของทหารชิงไปยัง เมืองฝอซานแห่งกวางตุ้ง ณ ฝอซานนี่เองที่ เจี้ยงหงึง ได้ก่อตั้งสมาคม เก้งฟ้าหวุ่ยกุ๋น หรือ สมาคมดอกไม้หยกล้ำค่า ซึ่งสมาคมนี้สอนให้คนจีนเล่นงิ้ว และสอนคนในคณะงิ้วให้รู้จักศาสตร์แห่งการรบ หวิงชุน
ขุนพลอวี้ต้าโหยวท่านเคยไปเยี่ยมชมวัดเส้าหลินใต้ แต่กลับผิดหวังกับวิชาการต่อสู้แห่งวัดนั้น จึงได้นำเอาหลวงจีนสองรูปกลับไปกองทัพเรือพร้อมกับท่าน ท่านได้ฝึกหลวงจีนทั้งสองแล้วจึงนำทั้งสองออกรบและจับกุมสลัดญี่ปุ่น เมื่อหลวงจีนทั้งสองกลับไปยังวัดเส้าหลิน ทั้งสองจึงได้ถ่ายทอดวิชามวยและอาวุธในกองทัพให้กับหลวงจีนรุ่นหลัง และภายหลังวิชาของราชนาวีหมิงได้ถูกถ่ายทอดไปยังชาวหมิงรักชาติอีกเกือบร้อยปีต่อมา
จางเน่ยโจวได้อาศัยศาสตร์แห่งการรบและวิทยายุทธ์จากตำราพิชัยสงครามของนักรบผู้ยิ่งยงสองท่านแห่งกองทัพราชนาวีหมิง ท่านแรกคือ ขุนพลห้ามณฑลชาวฮกเกี้ยน อวี้ต้าโหยว (ค.ศ. 1503-1579) ซึ่งท่านเป็นแม่ทัพแห่งมณฑล ชานตุง เซี้ยงไฮ้ เจ้อเจียง ฮกเกี้ยน และกวางตุ้ง และออกรบและจับกุมชาวสลัดญี่ปุ่นที่อาวะลาดอยู่ในทะเลจีนใต้ขณะนั้น และท่านที่สองคือลูกน้องท่าน ขุนพลแห่งเจ้อเจี้ยง ฉี่จี้กวง (ค.ศ. 1528-1588) ทั้งสองได้ร่วมกับฝึกราชนาวีแห่งหมิงเมื่อครั้งราชวงศ์หมิง (ตระกูลจู) ยังเรืองอำนาจ
ต่อมาในรัชสมัยของฮ่องเต้หย่งเจิ้ง (ค.ศ. 1722-1735) พระองค์ทรงสั้งห้ามมิให้ชาวจีนฝึกวิทยายุทธ์ อีกทั้งห้ามให้เขียนตำรบพิชัยสงคราม ในรัชสมัยของพระองค์ จางเน่ยโจว ได้ขัดชืนคำสั่งของกษัตริย์ชิงและได้เขียนหนังสือ ตำราพิชัยสงคราม วิชาอาวุธและการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ที่เรียกว่า จอมยุทธ์บัณฑิต Scholar Boxer
เมื่อครั้งกษัตริย์แห่งราชวงศ์ชิง ฮ่องเต้คังซีปกครองจีนอยู่นั้น (ค.ศ. 1662-1722) พระองค์ได้อาศัยหลวงจีนจากเส้าหลินไต้ในการรบกับชนกลุ่มน้อย Hsi-Lu หรือ ชิลู่ ซึ่งบ้างก็ว่าอยู่ในมองโกเลีย บ้างก็ว่าอยู่ในธิเบต ชนกลุ่มน้อยนี้ กองทัพชิงอันเกรียงไกรพยายามปราบปรามแต่ไม่สำเร็จ แต่ว่ากลับถูกหลวงจีน 128 รูปจากฮกเกี้ยนทำการปราบปรามสำเร็จ ตุณงานความดีครั้งนี้กลับนำความหายนะมาสู่วัดเส้าหลินที่ฮกเกี้ยนเมื่อขุนนางชิงอิจฉาริษยาเพ็จทูลฮ่องเต้ซึ่งภายหลังได้ทรงสั่งให้กวาดล้างและเผาวัดเส้าหลินจนราบเป็นหน้ากลอง
Load more suggestions
ทำไมผม ไม่รุ้ อ.อนันต์ ออกรายการตั้งแต่เมื่อไร แงๆ
TheOverZeNith 1 month ago
กว่าชาวกวางตุ้งและฮกเกี้ยนมาก ก่อนกรุงศรีอยุธยาจะเสียกรุงแก่พม่าในปี พ.ศ. 2310 หรือ ค.ศ. 1767 นั้น มีคนฮกเกี้ยนและกวางตุ้งอยู่ในกรุงศรีอยุธยาประมาณสองถึงสามหมื่นคน ซึ่งในช่วงเวลา 123 ปีนับตั้งแต่ชาวจีนตกอยู่ภายใต้การปกครองของชนกลุ่มน้อยแมนจู มีนักรบใต้ดินที่เป็นสมาชิกใต้ดินแห่ง พรรคฟ้าดิน (ที้นเต่หวุ่ย ในภาษากวางตุ้ง) พรรคมีดเล็ก (สิวโต้วหวุ่ย) พรรคมีดคู่ รวมทั้งนักรบหวิงชุนที่ซ่อนตัวอยู่ในคณะเรืองิ้วแดงแห่งฝอซานได้หลบหนีการจับกุมของทหารชิงมายังแหลมมาลายูและกรุงศรีอยุธยา
thaiwingchun 7 months ago
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ค.ศ. 1685 หรือ 41 ปีหลังราชวงศ์หมิงล่มสลาย บาทหลวงที่มาเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้บันทึกว่าได้ชมงิ้วในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองรื่นเริง ซึ่งงิ้วนี้มาจาก กวางตุ้ง และ Chin Chiu หรือ ฉางโจวแห่งฮกเกี้ยนนั่นเอง ในสมัยนั้นอยุธยามีคนฮกเกี้ยนและกวางตุ้งอยู่มาก ชาวจีนแต้จิ๋วซึ่งเป็นเมืองหนึ่งแห่งกวางตุ้ง ยังอพยพมาน้อย
thaiwingchun 7 months ago
ภายหลังเจี้ยงหงึง ได้กลายเป็นบรรพบุรุษของงิ้วเรือแดง ส่วนหนังสือของ จางเน่ยโจว กลับไปอยู่ทางภาคเหนือกว่าฮกเกี้ยนและกวางตุ้ง หนังสือจอมยุทธ์บัณฑิตจึงกลายเป็นหนังสือที่อาจารย์ได้นำมาอ้างอิงเพื่อให้ทราบว่า หนังสือเล่มดังกล่าวกลายเป็นต้นแบบสำหรับมวยไทเก็ก ในขณะเดียวกับหนังสือโดยขุนพลทั้งสองได้ทำให้เกิดตำรามาอีกเล่มทางภาคใต้คือ โหมวเป่ยซวี้ (หรือคัมภีร์จอมยุทธ) ซึ่งภายหลังได้มีการคัดลอกจากรุ่นสู่รุ่น กลายเป็นต้นแบบของมวยใต้ รวมถึงมวยโอกินาว่าแห่งญี่ปุ่น
thaiwingchun 7 months ago
ภายหลังคณะงิ้วของเจี้ยงหงึงจึงได้เดินทางไปเล่นงิ้ว ปลูกจิตสำนึก ต้านชิงกู้หมิงให้ชาวบ้าน เมื่อคณะงิ้วเดินทางโดยเรือสีแดง ดังนั้นผู้คนจึงเรียกคณะงิ้วนี้ว่า คณะงิ้วเรือแดง ชาวงิ้วเรือแดง ได้ร่วมกันทำงานใต้ดิน เมื่อทำงานสำเร็จ หรือ ถูกไล่ล่า พวกเขาก็จะหลบหนีไป ถึงเกาหลี ญี่ปุ่น และกรุงศรีอยุธยาด้วย
thaiwingchun 7 months ago
ในรัชสมัยของหย่งเจิ้นอีกเช่นกัน จอมยุทธ์ เจี้ยงหงึง (ออกเสียงเป็นภาษากวางตุ้ง) ผู้ซึ่งเก่งในการร้องรำทำเพลงและมวยเส้าหลิน จนได้รับสมญานามว่า ท้านเสาไร้เทียมทาน ได้หนีการจับกุมของทหารชิงไปยัง เมืองฝอซานแห่งกวางตุ้ง ณ ฝอซานนี่เองที่ เจี้ยงหงึง ได้ก่อตั้งสมาคม เก้งฟ้าหวุ่ยกุ๋น หรือ สมาคมดอกไม้หยกล้ำค่า ซึ่งสมาคมนี้สอนให้คนจีนเล่นงิ้ว และสอนคนในคณะงิ้วให้รู้จักศาสตร์แห่งการรบ หวิงชุน
thaiwingchun 7 months ago
ขุนพลอวี้ต้าโหยวท่านเคยไปเยี่ยมชมวัดเส้าหลินใต้ แต่กลับผิดหวังกับวิชาการต่อสู้แห่งวัดนั้น จึงได้นำเอาหลวงจีนสองรูปกลับไปกองทัพเรือพร้อมกับท่าน ท่านได้ฝึกหลวงจีนทั้งสองแล้วจึงนำทั้งสองออกรบและจับกุมสลัดญี่ปุ่น เมื่อหลวงจีนทั้งสองกลับไปยังวัดเส้าหลิน ทั้งสองจึงได้ถ่ายทอดวิชามวยและอาวุธในกองทัพให้กับหลวงจีนรุ่นหลัง และภายหลังวิชาของราชนาวีหมิงได้ถูกถ่ายทอดไปยังชาวหมิงรักชาติอีกเกือบร้อยปีต่อมา
thaiwingchun 7 months ago
จางเน่ยโจวได้อาศัยศาสตร์แห่งการรบและวิทยายุทธ์จากตำราพิชัยสงครามของนักรบผู้ยิ่งยงสองท่านแห่งกองทัพราชนาวีหมิง ท่านแรกคือ ขุนพลห้ามณฑลชาวฮกเกี้ยน อวี้ต้าโหยว (ค.ศ. 1503-1579) ซึ่งท่านเป็นแม่ทัพแห่งมณฑล ชานตุง เซี้ยงไฮ้ เจ้อเจียง ฮกเกี้ยน และกวางตุ้ง และออกรบและจับกุมชาวสลัดญี่ปุ่นที่อาวะลาดอยู่ในทะเลจีนใต้ขณะนั้น และท่านที่สองคือลูกน้องท่าน ขุนพลแห่งเจ้อเจี้ยง ฉี่จี้กวง (ค.ศ. 1528-1588) ทั้งสองได้ร่วมกับฝึกราชนาวีแห่งหมิงเมื่อครั้งราชวงศ์หมิง (ตระกูลจู) ยังเรืองอำนาจ
thaiwingchun 7 months ago
ต่อมาในรัชสมัยของฮ่องเต้หย่งเจิ้ง (ค.ศ. 1722-1735) พระองค์ทรงสั้งห้ามมิให้ชาวจีนฝึกวิทยายุทธ์ อีกทั้งห้ามให้เขียนตำรบพิชัยสงคราม ในรัชสมัยของพระองค์ จางเน่ยโจว ได้ขัดชืนคำสั่งของกษัตริย์ชิงและได้เขียนหนังสือ ตำราพิชัยสงคราม วิชาอาวุธและการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ที่เรียกว่า จอมยุทธ์บัณฑิต Scholar Boxer
thaiwingchun 7 months ago
เมื่อครั้งกษัตริย์แห่งราชวงศ์ชิง ฮ่องเต้คังซีปกครองจีนอยู่นั้น (ค.ศ. 1662-1722) พระองค์ได้อาศัยหลวงจีนจากเส้าหลินไต้ในการรบกับชนกลุ่มน้อย Hsi-Lu หรือ ชิลู่ ซึ่งบ้างก็ว่าอยู่ในมองโกเลีย บ้างก็ว่าอยู่ในธิเบต ชนกลุ่มน้อยนี้ กองทัพชิงอันเกรียงไกรพยายามปราบปรามแต่ไม่สำเร็จ แต่ว่ากลับถูกหลวงจีน 128 รูปจากฮกเกี้ยนทำการปราบปรามสำเร็จ ตุณงานความดีครั้งนี้กลับนำความหายนะมาสู่วัดเส้าหลินที่ฮกเกี้ยนเมื่อขุนนางชิงอิจฉาริษยาเพ็จทูลฮ่องเต้ซึ่งภายหลังได้ทรงสั่งให้กวาดล้างและเผาวัดเส้าหลินจนราบเป็นหน้ากลอง
thaiwingchun 7 months ago