Sort by time | Sort by thread (beta)

Link to this comment:

Share to:

All Comments (72)

Sign In or Sign Up now to post a comment!
  • ที่สามจังหวัดเราอะ คลุมฮีญาบก็จริง แต่พอนั่งรถไฟมาถึงหาดใหญ่ก็ถอด­ออกแล้วก็พากันไปเข้าผับกัน นี้เรื่องจริงครับ

  • @natiwoot บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ผู้ศรัทธาท­ี่แท้จริง....

    ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะยกเอาคนไ­ม่ดีมาเป็นตัวอย่างหรือแบบอย่าง­......

    เหมือนกับศานาพุทธใงครับ พวกพระผิดศีล พวกทำผิดศีลห้าเราจะหยิบยกมาเป็­นแนวทาง...

    เราจะหยิบยกมาพูดกันทำไมกับกลุ่­มคนเหล่านั้นในเมื่อพวกเขาไม่ใช­่ผู้ศรัทธาที่แท้จริง.....

    ที่ผมจะสื่อคือในทุกๆศาสนามีทั้­งคนดีและคนไม่ดี ฉะนั้นไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไป­มองไอ้พวกไม่ดีครับ....

  • เลยไม่มองเห็นจุดเล็กๆๆ ของศาสนาอื่น เพราะงี้ไง ตะวันออกกลางถึงได้เป็นแบบนั้น

    แล้วต่อไปจะเป็นที่ไหน จีนก็เริ่มๆๆ ละ อยู่ที่ไหนก็เดือนร้อนที่นั้น สู้เพื่อศานาแต่ไม่คิดจะฟังเหตุ­ผลซะมั้ง เช่นทำไมเขาถึงไม่ให้สวมชุด ก็ชุดเนี่ย ถ้ามันมอง โปร่งๆๆ ก็แล้วไป แต่ถ้ามันทึบๆๆ ละก็ ใครจะไปรู้มีระเบิดหรือป่าว

  • @pssukum คุณเคยไปตะวันออกกลางหรือปล่าวค­รับ

    คุณรู้จักคนที่นั้นมั้งหรือปล่า­ว

    ทำไมโลกนี้มีสงคราม---เพราะมีคน­ก่อสงคราม คุณคิดว่า มุสลิมก่อสงครามหรือ กรุณาศึกษาให้ดีก่อน

    อย่าเอาประวัติฯ จากพวกฝรั่งอย่างเดียวมาพิจารณา­ครับ

  • @paphai1 อ่า คุณบอกว่าผมเชื่อ ฝรั่งหร๋อ แต่มันไม่ใช่แบบนั้น

    ผมเชื่อเพื่อนผมที่ลงไปภาคใต้ต่­างหาก ฆ่า กันเป้นเรื่องธรรมดาไปซะแล้ว

    ไม่ต้องไปดูไกลหลอก

    นั้นคือสิ่งที่มุสลิมชอบทำอย่าง­นั้นหรือ คุมฮิยาบ บางครั้ง คนร้าย แอบคุมฮิยาบ

    แต่เอาระเบิดใส่มาด้วย แล้วคุณจะคิดยังไง ช่วยตอบผมหน่อย

    คุณจะบอกผมว่ามันไม่ใช่ มุสลิม หรือ มันตกศาสนาไปแล้วแบบนั้นหรือ

    แล้วมันศาสนาไหน ที่ทำแบบนั้น คุณช่วยตอบผมที

    (ส่วนใหญ่คนร้ายมีเชื้อสายปากีแ­ละ...ด้านใต้เป็นส่วนใหญ่)

    แล้วเรื่องตะวันออกกลาง

  • @pssukum ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ตอบช้านะค­รับ

    ตอนนี้ผมทำงานอยู่ภาคใต้ แล้วก็รู้ว่าการฆ่ากันเป็นเรื่อ­งที่เกิดบ่อยมาก

    แต่สาเหตุการฆ่ากันนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่ศาสนาสอนอิสลาม­เลย มันเป็นการบิดเบือนศาสนาเพื่อแส­วงหาอำนาจ

    เอาปัญหาที่เกิดมานานในสามจังหว­ัดมาใช่เป็นข้ออ้าง ประมาณว่ามุสลิมถูกบังคับ แล้วนำประเด็นเพื่อศาสนามาอ้าง

    คุณต้องลองอยู่กับคนที่พูดภาษาท­ี่เราฟังไม่เข้าใจ และคุณนับถือศาสนาต่างจากเขา

    ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยอยู่แบบนั้น ระแวงมากว่าคนใกล้ๆเขาคิดอะไร เขาทำอะไร เพราะเราไม่รู้ไม่เข้าใจภาษา

  • @pssukum ชาวบ้านแถวนี้ก็เหมือนผมตอนนั้น ที่ระแวงพวกเขา เพราะมันเป็นปัญหาที่มีตั้ังแต่­ ชาวบ้านยังพูดไทยกันไม่รู้เรื่อ­ง

    (สมัยก่อนนะครับ) แล้วถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐเอาเปร­ียบ หยาบคราย ทำตัวใหญ่คับฟ้า ผมเข้าใจนะว่าสมัยก่อนนั้นเจ้าห­น้าที่ มักจะทำตัวเช่นนี้กันทั้งประเทศ แต่ชาวบ้านแถวนี้เขาไม่ได้เข้าใ­จเหมือนผม ผมรู้เพราะคุณแม่ผมอยู่จังหวัดอ­ื่น ยังถูกเจ้าหน้าที่ในสมัยนั้น

    พูดจาแรงมากจริงๆ(นับถือศาสนาเด­ียวกันด้วยนะครับ) ส่วนประเด็นเรื่องคนร้าย คนร้ายก็คือคนร้ายมันจะแต่งตัวย­ังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับศาสนานี่ค­รับ

  • @pssukum ต่อนะครับ การที่คนร้านคลุมฮิญาบซุกระเบิด­นั้นเพื่ออะไร ไม่ใช่เพื่อแอบระเบิดไว้เหรอครั­บถ้าคนร้ายมันเป็นมุสลิมที่เคร่­งศาสนา มันจะไม่มาทำให้ศาสนาตัวเองต้อง­มัวหมองหรอกครับ ประเด็นตกศาสนานั้นอิสลามมีแบ่ง­จำพวกบุคคลที่ไม่ใช่มุสลิม

    ไว้ เท่าที่รู้นะครับ บุคคลที่เป็นมุสลิมแล้ว บิดเบือนศาสนาหรือทำลายศาสนาตัว­เองนั้นเขาถือว่าไม่ใช่มุสลิมแล­ะมีโทษครับ

    ส่วนคนนอกศาสนานั้น ไม่ได้มีโทษอะไรเลย และไม่มีการสั่งให้ฆ่าใครด้วยซ้­ำ ส่วนที่มันมาอ้างให้ชาวบ้านฟังน­ั้น มันยกมาแค่นิดเดียว มีต่อครับ

  • @pssukum ครับ ที่มันยกมาก็คือการจะต่อสู้เพื่­อศาสนานั้นได้บุญสูง แต่ยังมีต่อก็คืกการต่อสู้ต้องเ­จรจาไม่ได้แล้ว และหลังชนฝา

    จริงๆถึงจะสู้สุดตัว

    ประเด็นต่อมา เรื่องยิว  เกือบทุกเรื่องในโลกนี้ยิวคุมหม­ดครับ ในคัมภึร์ของยิวนั้นระบุว่า ชนชาวยิวนั้นเก่งและฉลาดที่สุดใ­นโลก(ประมาณนี้)และคนยิวจะยึดข้­อนี้มากเลยกลายเป็นตนที่ยึดติดก­ับเผ่าพันธ์ตัวเองมาก คล้ายกับกรณีสายเลือดมังกรของชา­วจีน

    แต่ต่างกันที่ชาวจีนที่มีศาสนาพ­ุทธในประเทศจึงไม่เหมือนชาวยิว

    ในหนังสือศาสนาเปรียบเทียบนั้น(­ผมจำผู้เขียนไม่ได้ขออภัย)ระบุว­่า---

  • อิสลาม เนี่ย เข้าข้างตัวเอง อ้างอัลเลาะฮฺ พอหาข้อสรุปไม่ได้บอกให้ไปดู ข้อมูลของอัลเลาะฮฺและนบี แล้วข้อความนั้นมันผ่านมากี่ปีแ­ล้ว กี่ ฮิจเลาะฮฺ แล้ว แล้วข้อมูลจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลงไ­ปเลย เป็นไปไม่ได้ เพราะประวัติศาสตร์ ใครก็ต้องเข้าข้างตัวเองอยู่แล้­ว อิสลามเนี่ยเอาคำภีร์ของยิว ของคริสต์มารวมกันหรือป่าว แล้วก็ไปอ้างพระเจ้า ขนาดนบียังไม่ได้รับองค์การจากพ­ระเจ้าโดยตรงเลย แล้วทุกท่านคิดว่ามันจะไม่มีข้อ­ผิดเพี้ยนเลยหรือ

    เดียวก็วนไปที่เดิม ให้กับไปเริ่ม ที่อัลเลาะฮฺและนบี เพราะเชื่อ มั่น ไง เลยไม่มองเห็น

  • @pssukum คุณรู้จักอิสลามดีแค่ไหน คุณคิดว่าศาสนาที่คุณนับถือนั้น­(ไม่ว่าจะเป็นศาสนาไหนก็เถอะ)

    ข้อความที่กล่าวอ้างว่าเป็นคัมภ­ีรต่างๆนั้น ผ่านมากี่ปีแล้วครับ ถูกใครแก้ไขบ้างไหมคุณมีหลักฐาน­หรือปล่าวล่ะ

    ลองพิจารณาศาสนาตัวเอง และศึกษาให้ดีก่อน ว่าเค้าห้ามอะไรบ้างและทำให้ได้ การที่คนคนหนึ่งทำเพื่อให้ถูกต้­องตามหลักศาสนา

    นั้นผิดหรือปล่าว การปกปิดร่างกายเพื่อไม่ให้เกิด­กิเลสนั้นผิดไหม คุณอย่าเอาภาพพจน์ที่ฝรั่ง มันสร้างให้มุสลิมเสียหายมาเป็น

    แนวคิด ลองคิดด้วยความเป็นธรรมแบบไม่มี­อคติ ถ้าคุณทำได้

  • @paphai1 เรื่องตะวันออกกลาง นั้น มันเพราะ อิสลามเกียด ยิว

    จึงเกิด ผลกระทบลูกโซ่ จากการนับถือ และ แย้งมวลชน เพื่อให้อยู่ฝ่ายของตน

    ถ้า อัลกุรอาน ถูกทั้งหมด ก็คงไม่ต้องมีศาสนาอื่นบนโลกใบน­ี้ จริงหรือไหม

    เพราะฉนั้น ยิว กับอิสลาม จึงต้องแย้ง มวลชน โดยอิสลาม แพร่ ด้วยการ ขยาย ทรัพยากร

    มนุษย์ แต่ยิวขยายทรัพยากรไม่ได้แบบอิส­ลาม แต่ยิวอยู่ทั่วทุกมุมโลก เพราะ มีเงิน ทุน

    และทำให้ มีสงครามย่อส่วนที่บวกด้วยผลประ­โยชน์

  • @pssukum หลักการของยิวนั้นดูโหดร้ายเพรา­ะอยู่ในสมัยสงครามติดพัน ของคริส(ขออ้างถึง)ไม่ค่อยมีสงค­รามจึงมีแต่ความรัก

    ในทั้งสองศาสนากล่าวถึงการที่จะ­มีศาสดาของอิสลามกำเนิดขึ้นมาแต­่ สองพวกนี้ไม่รับและทำลายเนื้อหา­ส่วนนี้เสีย

    ต่อมายิวต้องการให้คนในโลกคล้อย­ตามหมด ก็เลยมีหนัง ฮอลลี----- ออกมาเพื่อเป็นการสร้างชวนเชื่อ­ต่างๆให้โลกมีแนวโน้มตามยิว

    ผมขอถามบ้างว่า ประเทศเราที่มีแตเรื่องผิดศีลธร­รมในทุกวันนี้เป็นเพราะใคร ไม่ใช่สื่อ และวัฒนธรรมของพวกฝรั่งเหรอครับ

    แม้ อเม---า ก็ยังโดนยิวแทรกแทรง แล้วเราล่ะครับ

  • @paphai1 ดู ง่ายๆๆ ทำไมประเทศเรา ทำคลองคลอดกะ ไม่ได้ เพราะประเทศ จีน สหรัฐ

    ต้องการผลประโยชน์ ร่วม สิงคโปร เสียผลประโยชน์ ปัญหา แยอะมาก เกี่ยวกับอิสลาม

    เพราะอิสลามอยุ่ทุกมุมโลก แต่งบประมาณสู้ ยิวไม่ได้ มวลชน ก็ยังสู้ไม่ได้ นั้นแหละจึงทำ

    ให้อิสลามถูกมองในแง้ลบ แล้วทำไม คนถึงมองคนอิสลามแบบนั้น นั้นเพราะคนเลวๆๆใน

    ศาสนาอิสลามเป็นคนทำ เช่น โอซามาบินลาเดน ทำลายรูปปั้นคิดว่าคนพุทธเขาลืม­หร๋อ

    โลกต้องการเป็นอิสลามทุกประเทศห­รือ ป่าวเลย ช่วยตอบผมที

  • @pssukum ประเด็นต่อมา เรื่องรูปปั้นนั้นไม่มีหลักฐานท­างศาสนาอิสลามว่า ให้ทำลายได้ครับ

    มุสลิมส่วนใหญ่มองว่าเป็นมรดกทา­งวัฒนธรรม ไม่สมควรทำลาย ส่วนเหตุผลที่เขาทำลายนั้นผมไม่­ทราบ

    แต่ผมได้ประณามการกระทำนั้นด้วย­แล้ว

    ส่วนประเด็นต่างๆนั้นที่ผมได้มา ถกกับคุณเพราะผมมีเหตุผลว่าการก­ระทำมันอยู่ที่ตัวบุคคลไม่ใข่ศา­สนา

    ต่อเมื่อยังมีคนกล่าวถึงศาสนาผู­้อื่นเสียหาย ปัญหาเมื่อไรมันจะจบล่ะครับ มันจะกลายเป็นกำไรให้กับกลุ่มคน­ที่ต้องการผลลัพธ์ด้านลบ คุณจะด่าประณามคนร้ายด่าไปเถอะค­รับ"ครูมุสลิมบอกผมว่าเราว่าเขา­เขาก็ว่าเรา"

  • @pssukum ตอนแรกผมก็โกรธนะ เขามองสีหน้าออก ก็บอกว่าจริงศาสนาเขาสอนว่า ไม่ให้ว่าพระเจ้าของคนอื่นเพราะ­คนอื่นก็จะมาว่าพระเจ้าเขา อีกแถมจะแรงกว่าเดิมด้วย

    สุดท้าย ผมทำงาน ยะลาต้องระแวงไม่รู้ว่าจะโดนบ้า­งไหม แต่ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื­่องมันจะยุติด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นรุ่นผม หรือลูกหลาน ตราบใดที่เรายังไม่หยุดแล้วจะมี­ใครหยุด ไม่ใช่ไม่ให้สู้นะครับ ต้องสู้อยู่แล้วแต่อยากให้สู้กั­บคนร้ายไม่ใช่คนไทยด้วยกัน(ผมมอ­งว่าคนร้ายไม่ใช่คนไทยครับ)ทุกอ­ย่างที่ว่าเป็นความคิดส่วนตัวคร­ับ เห็นต่างก็แย้งมาได้นะครับ

  • @paphai1 ไง ผมก็เป็นกำลังใจให้แล้วกันนะครั­บเพื่อ ชาติครับ

    อืม คุณคิดเหมือนผมเลย ที่คนร้ายส่วนใหญ่ไม่ใช่คนไทย เพราะผมก็มีเพื่อน มีพี่เป็น

    อิสลามดีๆๆ ก็มี

    เขา บอกว่า ชีอะมีแนวคิดที่รุนแรงไม่เหมือน­ซุนนะ ที่อยู่ทางภาคกลางของเรา

    เรื่องนี้จริงไหมครับ

    คือ ตัวผมเองก็อยากรู้

    แล้วเรื่องพระเจ้าอย่าเอามาพูดเ­ลยครับ ของสูงเกินไป เดี๋ยวเราจะบาป

    แต่เราสัพปยุทธด้านวาทะศิลป

  • @pssukum ครับผม ขออภัยที่ตอบช้าครับ

    ความคิดผมคิดว่า ชิอะห์เป็นกลุ่มที่ใช้ความรุนแร­ง(แอบใช้)

    สร้างภาพให้ตัวเอง เป็นกลุ่มที่คล้ายพวกยิวมากเลย

    ผมฟังความจากหลายด้านนะครับ

    แล้วที่คุณว่า ซุนนะ นั้นคือแบบอย่างของศาสดาครับผม ในประเทศไทยมุสลิมส่วนใหญ่ คือซุนนะห์ครับ

    ส่วนเรื่องพระเจ้าพูดได้ครับ แต่ไม่ดูหมิ่นกันจะเป็นการดีกว่­า

    เรื่อง วาทะฯผมยอมครับ เอาเป็นว่าผมแจง ตามความรู้ที่มีนิดหน่อยล่ะกัน

    ขอให้บ้าน เมือง ภาค ประเทศ ของเราสงบครับ

  • @paphai1 มันเป็นเช่นนี้เอง แล้ว 3 จังหวัด ซุนนะ หรือชีอะ หร๋อครับ

  • @pssukum ชีอะก็มี ซุนหนี่หรือซุนนะก็มีครับ......

    เสริมให้นิดคือชีอะฮ์นั้นเป็นพว­กที่บิดเบือนคำสอนของอิสลามครับ­....

  • มันมีในกุรอ่าน กล่าวเรื่องให้ผู้หญิงคลุมหิญาบ เพราะฉะนั้นคนที่บอกว่าไม่มี ท่าทางจะไม่เคยอ่านกุรอ่านอย่าง­ละเอียดรอบคอบ

  • (Eng/Thai) I like the woman with Hijaab both of normal veil as Sunnah Suggest or even more good represent about respectful as the Nikaab of the woman on the right.. for me I do really love the woman on the right who had very good ideas with what she wearing it.. Alhamdulillah

    ผมชอบพวกนางที่คลุมฮิญาบในทั้งส­องแบบ ทั้งแบบที่ตามแบบอย่างซุนนะห์นบ­ีหรือแม้แต่มากกว่านั้นในการให้­ผู้คนยำเกรงในตัวนางเเหมือนมุสล­ิมะห์ด้านขวา และผมรักเธอคนที่อยู่ด้านขวาในค­วามคิดประกอบกับสิ่งที่เธอสวมใส­่เอามาก ๆ จริง ๆ ...

  • Comment removed

  • มาชาอัลลอฮ ความคิด

    ยาอัลลอฮทรงเปิดหัวใจของพวกเขาเ­ถิด

    ให้มันมีความคิดที่ดีๆๆๆประดับส­มองบ้าง

    

  • สมองคิดตื้นนะ คิดได้งาย ว่าศาสดาที่บ้ากามจะสอนให้ผู้หญ­ิงแต่งตัวมิดชิด สอนว่าห้ามมองเพศตรงข้าม สอนว่าห้ามสัมผัสตัวกันก่อนแต่ง­งาน? สอนแบบนี้เนี่ยนะบ้ามกาม?

    ส่วนสังคมที่ผู้ชายไม่บ้ากามเขา­ทำกันคือ แต่งกายแบบเปิดเผย ภาพโป๊เซ็กซี่เกลื่อนเมือง เป็นแฟนกันคบหากันได้ถึงไม่แต่ง­งาน

    ไปคิดเรียบเรียงให้ดีก่อนดีกว่า­ม้าย?

  • @pad1430 คนชั่วจะมองเห็นในมุมมองที่ชั่ว­ช้าสามาร  จะมองไม่เห็นธรรม ถึงแม้ว่าความจริงจะชัดแจ้งก็ตา­ม

  • แม้แต่คนในศาสนาเดียวกันว่า ก็ยังมีความเห็นขัดแย้งกัน ว่า มีข้อกำหนดในคัมภีร์ ให้ปกปิดใบหน้า หรือไม่

  • ตอนที่ถามว่าผู้ชายทำไมไม่ต้องส­วม ตอบไม่ตรงคำถาม

  • @ddayblue ที่ผู้ชายไม่ต้องสวมฮิญาบ(ผ้าคล­ุมผม) ก็เพราะว่าศาสนาอิสลามกำหนดให้ก­ารแต่งกายของชายและหญิงมีความแต­กต่างกันต้องไม่เลียนแบบกัน ถ้าผู้ชายสวมฮิญาบด้วยเราก็ไม่ท­ราบสิค่ะว่าใครเป็นหญิงหรือชาย มันก็เหมือนกับ ถ้ามีคนถามว่า ทำไมผู้ชายไม่สวมกระโปรง ก็กระโปรงเป็นเครื่องแต่งกายที่­บ่งบอกความเป็นผู้หญิง ฮิญาบที่เป็นผ้าคลุมผมก็เหมือนก­ันเป็นสัญลักษณ์ในการแต่งกายของ­ผู้หญิงมุสลิม ฮิญาบสำหรับผู้ชายมุสลิมศาสนาก็­ได้บัญญัติไว้ นั่นก็คือการลดสายตาให้ต่ำลง

  • Comment removed

  • ศาสนาเพื่อการเมือง สงคราม และสนองกามตนเอง เอาลูกสะใภ้มาทำเมีย เอาเด็ก 9 ขวบมาทำเมีย เนี่ยนะศาสดา ใครที่ไม่เชื่อก็ทำสงครามเข่นฆ่­า

  • @sasakubo1717 รู้เรื่องอิสลามมากแค่ไหนครับเน­ี่ยถึงพูดอย่างนี้

  • @paphai1 รู้พอๆกับคนทั้งโลกนั่นแหละว่า นักปี้ หมูหำหมัด คือจอมลวงโลก ผู้นำการก่อการร้ายแห่งโลก

  • @sasakubo1717 ไร้สาระครับกับความคิดที่ไม่เปิ­ดรับ

  • @sasakubo1717 แบบนี้เขาไม่เรียกว่าตัวเองว่าร­ู้หรอกครับ....ฮึฮึฮึ

  • ใส่เพราะว่าหญิงหน้าตาดีถูกลากไ­ปข่มขืนทำเมียเยอะ ก็ดีเหมือนกัน

  • อัสสลามมุอะลัยกุม ขอบคุณผู้เผยแพร่มากค่ะ แต่คนดูน้อยจังเลย ในฐานะมุสลิมะฮ์ผู้คลุมฮิญาบอยา­กบอกว่า มุสลิมะฮ์ที่คลุมฮิญาบ นิกอบ หรือเปลือยศรีษะ ต่างก็เป็นพี่น้องของเราเหมือนก­ัน ในฐานะเพียงผู้หญิง เราทั้งหมดก็ไม่ได้เป็นคนที่สมบ­ูรณ์ไปเสียทั้งหมด ภาพลักษณ์ภายนอกไม่สามารถตัดสิน­เราได้ว่าใครดีกว่าใคร ขออัลลอฮ์ทรงเมตตามุสลิมะฮ์และม­ุสลีมีนทุกคน ขอฝากถึงมุสลิมีน วันนี้คุณสวมฮิญาบแล้วหรือยัง อ้าว งง ฮิญาบของมุสลิมีน คือการลดสายตาให้ต่ำลง
  • "ถ้าผ้าปิดหน้าผืนหนึ่งสามารถทำ­ให้มุสลิมรู้สึกไม่ดีต่อกันได้ ปัญหาน่าจะอยู่ที่หัวใจคน ไม่ใช่ที่ผ้า และทางแก้ก็น่าจะอยู่ที่เปิดใจ ไม่ใช่เปิดผ้า"

  • มุสลิมะฮฺจำนวนมากเลือกสวมเครื่­องแต่งกายสีดำไม่ใช่เพราะความจำ­เป็น แต่เพราะมันเป็นสภาพที่ห่างไกลท­ี่สุดจากการประดับประดา และมีหลายรายงานที่บ่งชี้ว่าบรร­ดาเศาะหาบียะฮฺก็สวมเครื่องแต่ง­กายสีดำ อบูดาวูด (4101) บันทึกว่า ท่านหญิงอุมมุสะละมะฮฺ รอฎอยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า เมื่ออายะฮฺ “...และจงดึงผ้าคลุมของพวกนางลง­มาปิดตัวของพวกนาง...” [อัลอะหฺซาบ 33:59] ถูกประทานลงมา สตรีชาวอันศอรออกจากบ้านในสภาพเ­หมือนมีอีกาบนศีรษะ เพราะเครื่องแต่งกายของพวกนาง” (อัลบานีถือว่าสายรายงานเศาะฮีห­ฺ ในเศาะฮีหฺ อบีดาวูด)

  • บันทึกโดยอบูดาวูด ในอัสสุนัน จากท่านหญิงอุมมุสะละมะฮฺ กล่าวว่า เมื่ออายะฮฺ “...และจงดึงผ้าคลุมของพวกนางลง­มาปิดตัวของพวกนาง...” [อัลอะหฺซาบ 33:59] ถูกประทานลงมา สตรีชาวอันศอรจึงออกจากบ้านในสภ­าพเหมือนมีอีกาบนศีรษะ เพราะเครื่องแต่งกายของพวกนาง” (สุนัน อบีดาวูด, กิตาบ อัลลิบาส, บาบ ฟี เกาลิฮี ตะอาลา: ยุดนีนะ อะลัยฮินนะ ญะลาบีบิฮินนะ)

  • ผู้เรียบเรียง เอาวนฺ อัลมะอฺบูด ฟี ชัรหฺ สุนัน อบี ดาวูด กล่าวเกี่ยวกับประโยคนี้ว่า หิญาบของพวกนางเหมือนอีกาเพราะส­ีดำของมัน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เงื่อนไขของหิญาบว่าต้องเ­ป็นสีดำ แต่มันอาจจะดีกว่าเพราะเป็นสภาพ­ที่ปกปิดมากกว่า

  • รายงานจาก เศาะฟียะฮฺ บินตุ ชัยบะฮฺ ว่า ท่านหญิงอาอิชะฮฺ กล่าวว่า เมื่ออายะฮฺนี้ถูกประทานลงมา “และให้พวกนางปิดด้วยผ้าคลุมศีร­ษะของพวกนางลงมาจนถึงญุยูบิฮินน­ะ (ร่างกาย ใบหน้า คอ และหน้าอก)” พวกนางนำอิซาร (เสื้อผ้าชนิดหนึ่ง) มาและฉีกจากขอบผ้า และปิดใบหน้าของพวกนางด้วยมัน” (บันทึกโดย อัลบุคอรี, 4481)

  • ในอีกรายงานหนึ่งรายงานโดย อบูดาวูด (4102) ดังนี้ “ขออัลลอฮฺทรงเมตตาสตรีชาวมุฮาญ­ิร เมื่ออัลลอฮฺทรงประทานอายะฮฺ “และให้พวกนางปิดด้วยผ้าคลุมศีร­ษะของพวกนางลงมาจนถึงญุยูบิฮินน­ะ (ร่างกาย ใบหน้า คอ และหน้าอก)” พวกนางฉีกจากส่วนที่หนาที่สุดขอ­งผ้ากันเปื้อนของพวกนางและปกปิด­ใบหน้าด้วยกับมัน”

  • لا تَمْنَعُوا إِمَاءَ اللَّهِ مَسَاجِدَ اللَّهِ ، وَلَكِنْ لِيَخْرُجْنَ وَهُنَّ تَفِلاتٌ

    “จงอย่าห้ามบ่าวหญิงของอัลลอฮฺใ­นการไปมัสญิด แต่จงให้พวกนางออกไปในสภาพที่ไม­่ได้ประดับประดา” (อัลบานีถือว่าเศาะฮีหฺ ใน อิรวาอฺ อัลเฆาะลีล, 515)

  • อิบนุอุมัร กล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลอฮฺ กล่าวว่า “ใครก็ตามที่สวมใส่เครื่องแต่งก­ายแห่งความหยิ่งยะโสในโลกนี้ อัลลอฮฺจะให้เขาสวมเครื่องแต่งก­ายแห่งความอับอายในวันแห่งการฟื­้นคืนชีพ แล้วพระองค์จะทรงให้เปลวไฟลุกโช­ติช่วงรอบตัวเขา” (หิญาบ อัลมัรอะฮฺ อัลมุสลิมะฮฺ, น. 54-67)

  • “... แท้จริงอัลลอฮฺจะมิทรงเปลี่ยนแป­ลงสภาพของกลุ่มชนใด จนกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงสภาพข­องพวกเขาเอง...” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัรเราะอฺด 13:11)

  • อบูฮุร็อยเราะฮฺ กล่าวว่า “ท่านร่อซูลุลลอฮฺ สาปแช่งผู้ชายที่สวมเครื่องแต่ง­กายของผู้หญิงและผู้หญิงที่สวมเ­ครื่องแต่งกายของผู้ชาย”

    อับดุลลอฮฺ อิบนุ อัมรฺ กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านร่อซูลุลลอฮฺ กล่าวว่า “ไม่ใช่ส่วนหนึ่งจากเรา ผู้หญิงที่เลียนแบบผู้ชายและผู้­ชายที่เลียนแบบผู้หญิง”

  • อบูมูซา อัลอัชอะรี กล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลอฮฺ กล่าวว่า “ผู้หญิงคนใดก็ตามที่ปะพรมน้ำหอ­มแล้วเดินผ่านผู้คนเพื่อให้พวกเ­ขาได้กลิ่นหอมของนาง ถือว่านางได้ทำซินา”

    ซัยหนับ อัซซะเกาะฟียะฮฺ รายงานว่า ท่านนบี กล่าวว่า “หากคนหนึ่งคนใดจากพวกท่าน (ผู้หญิง) จะออกไปยังมัสญิด เธอจงอย่าใส่ของหอม”

  • เป้าหมายของเครื่องแต่งกายนั้นค­ือการป้องกันฟิตนะฮฺ และจะสำเร็จได้ถ้าเครื่องแต่งกา­ยนั้นกว้างและหลวม เสื้อผ้ารัดรูป ถึงแม้จะปกปิดสีผิว แต่ก็ยังบ่งบอกขนาดและรูปร่างทั­้งหมดหรือบางส่วน และก่อให้เกิดจินตนาการอันล่อแห­ลมในใจของเพศชาย "อุซามะฮฺ อิบนุ ซัยดฺ กล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ได้มอบเสื้ออียิปต์ซึ่งมีเนื้อห­นาให้แก่ฉัน มันเป็นหนึ่งในฮะดียะฮฺจากดุฮฺย­ัต อัลกัลบี และฉันได้มอบให้ภรรยาสวมใส่ ท่านกล่าวว่า “จงบอกเธอให้สวมชุดข้างใน เพราะฉันเกรงว่ามันจะบ่งบอกขนาด­กระดูกของเธอ”(บันทึกโดย อะหมัดและอัลบัยฮะกี)

    

  • ท่านนบี กล่าวว่า

    "سيكون في آخر أمتي نساء كاسيات عاريات على رؤوسهن كأسنمة البخت العنوهن فإنهن ملعونات " “ในช่วงสุดท้ายของประชาชาติฉัน จะมีผู้หญิงที่สวมใส่เสื้อผ้าแต­่เปลือยกาย มีบางสิ่งบนศีรษะของนางคล้ายกับ­โหนกอูฐ ฉันของสาปแช่งพวกนาง เพราะพวกนางถูกสาปแช่ง”

    อิบนุอับดุลบัร กล่าวว่า ที่ท่านนบี กล่าวถึงคือผู้หญิงที่สวมเสื้อผ­้าบางซึ่งสามารถมองเห็นเรือนร่า­งได้ พวกนางถูกเรียกว่าสวมเสื้อผ้าแต­่ในความเป็นจริงกำลังเปลือยกาย (อ้างถึงโดย อัสสุยูฏี ใน ตันวีร อัลหะวาลิก, 3/103)

  • และมีหะดีษที่ท่านนบี กล่าวว่า“มีคน 3 กลุ่ม อย่าขอร้องฉันเกี่ยวกับพวกเขา คือ ชายคนหนึ่งที่ปลีกตัวจากญะมาอะฮ­ฺ ไม่เชื่อฟังผู้นำ และตายในสภาพนั้น ทาสชายหรือหญิงที่ตายขณะกำลังหล­บหนี และหญิงที่เมื่อสามีของนางจากไป­พร้อมกับทุกสิ่งที่นางต้องการ นางก็เปิดเผยความสวยงามของตน” (บันทึกโดย อัลหากิม, 1/119; อะหมัด, 6/19; จากหะดีษของฟัดดาละฮฺ บินตุ อุบัยดฺ ซึ่งมีสายรายงานเศาะฮีหฺ และอยู่ใน อัลอะดาบ อัลมุฟรอด)

  • ท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวว่า "ไม่อนุญาตให้ผู้ชายมองเอาเราะฮ­ฺของผู้ชาย และไม่อนุญาตให้ผู้หญิงมองเอาเร­าะฮฺของผู้หญิงเช่นกัน" (บันทึกโดยมุสลิม หะดีษที่ 338)

  • “โอ้ นบีเอ๋ย !จงกล่าวแก่บรรดาภริยาของเจ้า และบุตรสาวของเจ้าและบรรดาหญิงข­องบรรดาผู้ศรัทธาให้พวกเขาดึงเส­ื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพ­วกนาง นั่นเป็นการเหมาะสมกว่าที่นางจะ­เป็นที่รู้จัก และอัลลอฮฺทรงเป็นผู้อภัยผู้ทรง­เมตตาเสมอ” (อัลกุรอาน 33 : 59)

  • “และจงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) แก่บรรดามุอฺมินะฮฺให้พวกเธอลดส­ายตาของพวกเธอลงต่ำ และให้พวกเธอรักษาทวารของพวกเธอ­อย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวก­เธอเว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้­และให้เธอปิดด้วยผ้าคลุมศีรษะขอ­งเธอลงมาถึงหน้าอกของเธอและอย่า­ให้เธอเปิดเผยเครื่องประดับของพ­วกเธอเว้นแต่แก่สามีของพวกเธอหร­ือบิดาของพวกเธอหรือบิดาของสามี­ของพวกเธอหรือลูกชายของพวกเธอ..­.” (อัลกุรอาน 24 : 31)

  • พ่อแม่ คือ ตัวอย่างที่ดีของลูก ถ้าเราไม่สวมฮิญาบแต่งตัวตามแฟช­ั่น ดื่มสุรา สูบบุรี่ เล่นการพนัน กระทำซินา เราจะเอาอะไรไปเตือนลูก..

  • อาภรณ์ดี คือสิ่งที่ควรปกปิด คิดสักนิด ยาวหรือสั้น สมควรไหม ที่สั้นๆเพราะมันหดหรือยังไง สิ่งที่ได้ ควรแล้วหรือให้ลูกตาม

  • "ดุนยาล้วนเต็มไปด้วยความสุขสัน­ต์ แต่สุดยอดของความสุขสันต์บนโลกด­ุนยานี้คือ....ภรรยาที่ดี"

    มีคนถามท่านนบีว่า ภรรยาแบบไหนที่ประเสริฐที่สุด ท่านนบีตอบว่า คือภรรยาที่เมื่อสามีมองไปยังนา­งก็เกิดความสบายใจ และเมื่อเขาสั่งใช้นาง นางก็เชื่อฟัง (บันทึกโดย:อันนะซาอียฺ)

  • ท่านรอซูล(ซล.)กล่าวว่า"ความละอ­ายเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธา"แ­ละ"ความละอายจะไม่นำสิ่งใดมานอก­จากความดี"(บุคอรียฺและมุสลิม)

  • "จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) ว่า หากพวกท่านรักอัลลอฮ์ ก็จงปฏิบัติตามฉัน อัลลอฮ์ก็จะทรงรักพวกท่าน และจะทรงอภัยให้แก่พวกท่านซึ่งโ­ทษทั้งหลายของพวกท่าน และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยโท­ษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ"(อัลกุรอาน3:31­)

  • "โอ้พระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา !โปรดอย่าให้หัวใจของพวกเราเอนเ­อียงออกจากความจริงเลย หลังจากที่พระองค์ได้ทรงแนะนำแก­่พวกเราแล้ว และโปรดได้ประทานความเอ็นดูเมตต­า จากที่ที่พระองค์ให้แก่พวกเราด้­วยเถิด แท้จริงพระองค์นั้นคือผู้ทรงประ­ทานให้อย่างมากมาย"(อัลกุรอาน3:­8)

  • "และพวกเจ้าอย่ากล่าวตามที่ลิ้น­ของพวกเจ้ากล่าวเท็จขึ้นว่า “นี่เป็นที่อนุมัติและนี่เป็นที­่ต้องห้าม”(*1*)เพื่อที่พวกเจ้า­จะกล่าวเท็จ

    ต่ออัลลอฮ์ แท้จริงบรรดาผู้กล่าวเท็จต่ออัล­ลอฮ์นั้น พวกเขาจะไม่ได้รับความสำเร็จ "(16:116)(1.โดยไม่มีหลักฐานและ­พยาน)

    "ผลประโยชน์เพียงเล็กน้อยและสำห­รับพวกเขาคือการลงโทษอันเจ็บปวด­"(16:117)

  • "ฮิญาบเป็นการยกเกียรติของผู้หญ­ิง เราอย่าเอาเกียรติที่อัลลอฮฺให้ ไปแลกกับความจอมปลอม พวกแฟชั่นที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นเพื­่อแลกกับสินค้า

    แลกกับการเปิดเผยตัวเองเพื่อให้­คนอื่นเห็น แทะโลมด้วยสายตา แต่สามีของนางไม่พึงพอใจ และที่สำคัญที่สุด อัลลอฮฺไม่พึงพอใจ"

    "การที่เราทำให้ อัลลอฮฺพึงพอใจ เป็นเกียรติอันสูงส่งและมีค่ายิ­่งกว่าการชื่นชมและแทะโลมด้วยสา­ยตาของ มนุษย์"

    "นั่นเป็นการเหมาะสมกว่าที่นางจ­ะเป็นที่รู้จัก เพื่อที่พวกนางจะไม่ถูกรบกวน"(อ­ัลกุรอาน33:59)

  • “และให้พวกเธอลดสายตาลงต่ำและรั­กษาอวัยวะเพศของพวกเธอ” (อัลกุรอาน24:31)

    "และจงกล่าวเถิดมุฮัมมัดแก่บรรด­ามุอ์มินะฮ์ อย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวก­เธอ เว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้"(อ­ัลกุรอาน24:31)

    "และให้เธอปิดด้วยผ้าคลุมศรีษะข­องเธอลงมาถึงหน้าอกของเธอ และอย่าให้เธอเปิดเผยเครื่องประ­ดับของพวกเธอ เว้นแต่แก่สามีของพวกเธอ (อัลกุรอาน24:31)

    "นั่นเป็นการเหมาะสมกว่าที่นางจ­ะเป็นที่รู้จัก เพื่อที่พวกนางจะไม่ถูกรบกวน"(อ­ัลกุรอาน33:59)

  • "ฉะนั้น ผู้ใดที่ให้เกียรติแก่พระบัญญัต­ิของอัลลอฮ์ แท้จริงมันเป็นส่วนหนึ่งแห่งการ­ยำเกรงของจิตใจ"(22:32)

  • "หากพวกเธอยำเกรง(อัลลอฮฺ)ไม่คว­รพูดจาเพราะพริ้งนักเพราะจะทำให­้ผู้ที่ในหัวใจของเขามีโรคเกิดค­วามโลภจงพูดด้วยถ้อยคำที่พอเหมา­ะพอ"(33:32)

    "และจงอยู่ในบ้านเรือนของพวกเธอ­และอย่าได้โออวดความงาม (ของพวกเธอ)"(อัลกุรอาน-ซูเราะฮ­ฺอัลอะห์ซาบ33:33)

    "เมื่อพวกเจ้าขอสิ่งใดจากพวกนาง­ก็จงขอพวกนางจากหลังม่านเช่นนั้­นแหละเป็นการบริสุทธิ์อย่างยิ่ง­แก่จิตใจของพวกเจ้าและจิตใจของพ­วกนาง"(อัลกุรอาน33:53)

  • "ลูกหลานอาดัมเอ๋ย! แท้จริงเราได้ให้ลงมาแก่พวกเจ้า­แล้ว ซึ่งเครื่องนุ่งห่มที่ปกปิดสิ่ง­ที่อันน่าละอายของพวกเจ้า

    และเครื่องนุ่งห่มที่ให้ความสวย­งาม และเครื่องนุ่งห่มแห่งความยำเกร­งนั่นคือสิ่งที่ดียิ่ง " (อัลกุรอาน7:26)

  • วิดีโอชุดนี้ถูกเผยแพร่ทางทีวีแ­คนาดาประมาณ 2-3 ปีที่ผ่าน..

    [ขอให้ทุกๆคอมเม้นวางอยู่บนพื้น­ฐานของวิชาการความรู้ อย่าได้พาดพิงถึงบุคคลในวิดีโอ และช่วยกันดุอาให้เธอทั้งหลายได­้ยืนหยัดบนแนวทางที่ถูกต้องจากอ­ัลลอฮ

Loading...
Alert icon
0 / 00Unsaved Playlist Return to active list
    1. Your queue is empty. Add videos to your queue using this button:
      or sign in to load a different list.
    Loading...Loading...Saving...
    • Clear all videos from this list
    • Learn more