สวัสดีครับ คุณ grandmothernu
เป็นเพลงที่ไพเราะ และเป็นอมตะ นะครับ
ขอบคุณครับ
nareurat 2 months ago
เพลงนี้หาฟังมานานแล้วเหมือนกันดีใจที่ได้ฟังอีกขอบคุณมากค่ะ
grandmothernu 2 months ago
สวัสดีครับ คุณ JessieJFan999
เป็นเพลงที่ไพเราะ และดังมากๆของ คุณ ลัดดา
เนื้อหาสร้างสรร น่าฟังมาก นะครับ
ขอบคุณครับ
nareurat 3 months ago
เพราะมากค่ะ เพลงนี้ฟังมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นเพลงที่สอนให้เด็กรู้จักระวังตัว
JessieJFan999 3 months ago
สวัสดีครับ คุณ TheSndng431
ผมเองสมัยก่อนก็ชอบดูลิเกและหนังกลางแปลง เป็นความสุขที่พอหาได้ของเด็กต่างจังหวัด
ส่วนหนังในวิกไม่มีเงินซื้อตั๋วเขาไปชมหรอกครับ ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน
พูดถึงลิเก ผมว่าสมัยก่อนน่าดูมากกว่าสมัยนี้ ลิเกเดี๋ยวนี้เพิ่มแสงสียุคไฮเทคเข้าไป
ผมดูแล้ว มีความรู้สึกว่าศิลปะการแสดงค่อยๆถูกกลืนเข้าไปในยุคสมัยใหม่เกินไป
ผมได้รับความรู้จากคุณในเรื่องของหมอลำหมู่มากทีเดียว นะครับ
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ
nareurat 5 months ago
เพลงที่นางเอกลิเกสมัยนั้นร้องบ่อยๆ ก็คือเพลง " มัสยาหลงเหยื่อ " นี่แหละครับ และลิเกนี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดคณะหมอลำหมู่ขึ้นมา แรกๆ จะร้องแบบเดียวกับลิเก แต่เนื่องจากถ้อยคำสำเนียงการร้องแบบลิเกค่อนข้างยากเพราะต้องมาฝึกมาหัดกัน ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นร้องแบบหมอลำแทนตามที่คนอีสานถนัด เนื้อเรื่องก็จะเป็นนิทานพื้นบ้านอีสาน เช่น นางสิบสอง(พระรถ-เมรี) นางแตงอ่อน จำปาสี่ต้น ท้าวก่ำกาดำ ผาแดงนางไอ่ ฯลฯ ช่วงปี 2500 เป็นต้นมา หมอลำหมู่เฟื่องฟูมาก มีคณะหมอลำเกิดขึ้นมากมายแทบทุกจังหวัด
TheSndng431 5 months ago
คิดถึงความหลังเมื่อประมาณปี 2497 - 2499 ยังเป็นเด็กนักเรียนประถม ติดตามคุณพ่อซึ่งไปรับราชการอยู่ที่หมวดผสมสัตว์ร้อยเอ็ด (สังกัดกรมการสัตว์ทหารบก) เป็นยุคที่ลิเกเฟื่องฟูมาก เวลามีงานเทศกาล เช่นงานปีใหม่ งานแห่เทียนเข้าพรรษา (สมัยนั้นร้อยเอ็ดจะมีงานแห่เทียนเหมือนกัน ปัจจุบันก็น่ายังยังมีอยู่) จะต้องมีลิเกไปแสดงทุกงานไป หน้าร้อนก็จะไปเปิดวิกล้อมผ้า อยู่กันนานเป็นเดือน (ส่วนใหญ่จะเปิดวิกที่สนามหน้าวัดสระทอง) เมื่อจบการแสดงก็จะมีนางเอกลิเกออกมาร้องเพลง 1-2 เพลง เป็นการขอบคุณผู้ชม
สวัสดีครับ คุณ nominext
ดีจังเลยครับ ที่คุณกรุณานำเกล็ดประวัติของ คุณ ลัดดา มาลงให้
เพื่อนๆที่สนใจ และแวะเข้ามาฟังเพลงนี้ จะได้ทราบกัน นะครับ
ขอบคุณมากครับ
nareurat 6 months ago
ในปี พ.ศ. ๒๔๙๕ เธอเรียนอยู่มัธยม ปีที่ ๓ อายุของเธอประมาณ ๑๔ ปี มีการประกวดร้องเพลงจัดโดยครู นคร มงคลายน ที่โรงภาพยนตร์พัฒนากร กรรมการตัดสินมีอาทิเช่น สมยศ ทัศนพันธ์, มงคล อมาตยกุล, ป. ชื่นประโยชน์ ฯลฯ เป็นต้น พี่ชายของเธอจึงพาไปสมัครเข้าประกวดในเพลงบัวกลางบึง เธอเล่าว่าด้วยหน้าตาที่ขี้ริ้วขี้เหร่และไม่ได้แต่งหน้าเสื้อสีเทามอมแมม และสวมกระโปรงนักเรียนทำให้ถูกโห่ฮาป่าและหลังจากข่มความประหม่าลงก็เริ่ม ร้องเพลงไปด้สองสามวลีเสียงโห่ก็เงียบลง
nominext 6 months ago
สวัสดีครับ คุณ add150187
ด้วยความยินดี นะครับ
nareurat 8 months ago
ขอบคุณคุุณNareurat ผมหาเพลงนี้มานานแล้ว เป็นเพลงที่ไพเราะมาก โดยเฉพาะที่ขับร้องโดยคุณลัดดา ศรีวรนันทร
add150187 8 months ago
สวัสดีครับ คุณ grandmothernu
เป็นเพลงที่ไพเราะ และเป็นอมตะ นะครับ
ขอบคุณครับ
nareurat 2 months ago
เพลงนี้หาฟังมานานแล้วเหมือนกันดีใจที่ได้ฟังอีกขอบคุณมากค่ะ
grandmothernu 2 months ago
สวัสดีครับ คุณ JessieJFan999
เป็นเพลงที่ไพเราะ และดังมากๆของ คุณ ลัดดา
เนื้อหาสร้างสรร น่าฟังมาก นะครับ
ขอบคุณครับ
nareurat 3 months ago
เพราะมากค่ะ เพลงนี้ฟังมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นเพลงที่สอนให้เด็กรู้จักระวังตัว
JessieJFan999 3 months ago
สวัสดีครับ คุณ TheSndng431
ผมเองสมัยก่อนก็ชอบดูลิเกและหนังกลางแปลง เป็นความสุขที่พอหาได้ของเด็กต่างจังหวัด
ส่วนหนังในวิกไม่มีเงินซื้อตั๋วเขาไปชมหรอกครับ ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน
พูดถึงลิเก ผมว่าสมัยก่อนน่าดูมากกว่าสมัยนี้ ลิเกเดี๋ยวนี้เพิ่มแสงสียุคไฮเทคเข้าไป
ผมดูแล้ว มีความรู้สึกว่าศิลปะการแสดงค่อยๆถูกกลืนเข้าไปในยุคสมัยใหม่เกินไป
ผมได้รับความรู้จากคุณในเรื่องของหมอลำหมู่มากทีเดียว นะครับ
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ
nareurat 5 months ago
เพลงที่นางเอกลิเกสมัยนั้นร้องบ่อยๆ ก็คือเพลง " มัสยาหลงเหยื่อ " นี่แหละครับ และลิเกนี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดคณะหมอลำหมู่ขึ้นมา แรกๆ จะร้องแบบเดียวกับลิเก แต่เนื่องจากถ้อยคำสำเนียงการร้องแบบลิเกค่อนข้างยากเพราะต้องมาฝึกมาหัดกัน ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นร้องแบบหมอลำแทนตามที่คนอีสานถนัด เนื้อเรื่องก็จะเป็นนิทานพื้นบ้านอีสาน เช่น นางสิบสอง(พระรถ-เมรี) นางแตงอ่อน จำปาสี่ต้น ท้าวก่ำกาดำ ผาแดงนางไอ่ ฯลฯ ช่วงปี 2500 เป็นต้นมา หมอลำหมู่เฟื่องฟูมาก มีคณะหมอลำเกิดขึ้นมากมายแทบทุกจังหวัด
TheSndng431 5 months ago
คิดถึงความหลังเมื่อประมาณปี 2497 - 2499 ยังเป็นเด็กนักเรียนประถม ติดตามคุณพ่อซึ่งไปรับราชการอยู่ที่หมวดผสมสัตว์ร้อยเอ็ด (สังกัดกรมการสัตว์ทหารบก) เป็นยุคที่ลิเกเฟื่องฟูมาก เวลามีงานเทศกาล เช่นงานปีใหม่ งานแห่เทียนเข้าพรรษา (สมัยนั้นร้อยเอ็ดจะมีงานแห่เทียนเหมือนกัน ปัจจุบันก็น่ายังยังมีอยู่) จะต้องมีลิเกไปแสดงทุกงานไป หน้าร้อนก็จะไปเปิดวิกล้อมผ้า อยู่กันนานเป็นเดือน (ส่วนใหญ่จะเปิดวิกที่สนามหน้าวัดสระทอง) เมื่อจบการแสดงก็จะมีนางเอกลิเกออกมาร้องเพลง 1-2 เพลง เป็นการขอบคุณผู้ชม
TheSndng431 5 months ago
สวัสดีครับ คุณ nominext
ดีจังเลยครับ ที่คุณกรุณานำเกล็ดประวัติของ คุณ ลัดดา มาลงให้
เพื่อนๆที่สนใจ และแวะเข้ามาฟังเพลงนี้ จะได้ทราบกัน นะครับ
ขอบคุณมากครับ
nareurat 6 months ago
ในปี พ.ศ. ๒๔๙๕ เธอเรียนอยู่มัธยม ปีที่ ๓ อายุของเธอประมาณ ๑๔ ปี มีการประกวดร้องเพลงจัดโดยครู นคร มงคลายน ที่โรงภาพยนตร์พัฒนากร กรรมการตัดสินมีอาทิเช่น สมยศ ทัศนพันธ์, มงคล อมาตยกุล, ป. ชื่นประโยชน์ ฯลฯ เป็นต้น พี่ชายของเธอจึงพาไปสมัครเข้าประกวดในเพลงบัวกลางบึง เธอเล่าว่าด้วยหน้าตาที่ขี้ริ้วขี้เหร่และไม่ได้แต่งหน้าเสื้อสีเทามอมแมม และสวมกระโปรงนักเรียนทำให้ถูกโห่ฮาป่าและหลังจากข่มความประหม่าลงก็เริ่ม ร้องเพลงไปด้สองสามวลีเสียงโห่ก็เงียบลง
nominext 6 months ago
สวัสดีครับ คุณ add150187
ด้วยความยินดี นะครับ
nareurat 8 months ago
ขอบคุณคุุณNareurat ผมหาเพลงนี้มานานแล้ว เป็นเพลงที่ไพเราะมาก โดยเฉพาะที่ขับร้องโดยคุณลัดดา ศรีวรนันทร
add150187 8 months ago